Skip to main content
Velanora Memorial Registry

ไทย — ช่วยเหลือ & แนะแนว

ต้องทำอะไรหลังมีผู้เสียชีวิต

ถ้าเพิ่งเกิดขึ้น ตอนนี้ คุณไม่จำเป็นต้องแก้ทุกอย่างภายในวันเดียว เริ่มจากสิ่งที่ “ปลดล็อก” งานที่เหลือ: (1) เช็กว่าเป็นกรณีต้องชันสูตร/เกี่ยวข้องตำรวจหรือไม่, (2) ขอใบรับรองแพทย์หรือเอกสารชันสูตร, (3) แจ้งตายที่เขต/อำเภอ, (4) ได้ใบมรณบัตรและสำเนา. จากนั้นค่อยไล่เรื่องงานศพ สิทธิประโยชน์ ธนาคาร และทรัพย์สินตามลำดับ

เหตุฉุกเฉิน: โทร 191 (ตำรวจ) / 1669 (กู้ชีพ) หากมีอันตรายทันที หรือสงสัยเหตุผิดธรรมชาติ
ถ้าไม่แน่ใจ: ติดต่อ 1669 หรือเจ้าหน้าที่พื้นที่ เพื่อรับคำแนะนำก่อนตัดสินใจ

Quick Find — ไปตรงจุดเร่งด่วน

ถ้าคุณอยู่ในภาวะวิกฤต เลือกหัวข้อที่ตรงแล้วข้ามไปได้เลย

เช็กลิสต์ (ติ๊กตามที่ทำได้)

กล่องติ๊กนี้ไว้ช่วยไล่ขั้นตอนระหว่างอ่าน — ไม่ได้บันทึกถาวรถ้าคุณรีเฟรชหน้า

เริ่มจากตรงนี้: “ต้องชันสูตร/เป็นคดี” หมายความว่าอะไรในไทย?

คนจำนวนมากไม่แน่ใจว่าเข้ากรณีชันสูตรหรือไม่ — แต่สิ่งนี้คือจุดที่เปลี่ยนเส้นทางทั้งชุด

โดยทั่วไป มักเข้ากรณีต้องชันสูตร/เกี่ยวข้องตำรวจ เมื่อ: (a) อุบัติเหตุ, (b) การทำร้าย/ความรุนแรง, (c) เสียชีวิตกะทันหัน โดยไม่มีแพทย์ผู้รักษาติดตามอาการ, (d) สงสัยการทำร้ายตนเอง, (e) ลักษณะผิดธรรมชาติ หรือมีข้อสงสัย, หรือ (f) ไม่มีแพทย์ผู้รักษา ณ เวลาที่เสียชีวิต


จุดที่คนมักเข้าใจผิด: “การชันสูตรพลิกศพ” ≠ “การผ่าชันสูตรนิติเวช”
บางกรณี (เช่น อุบัติเหตุบนถนนที่ไม่ใช่คดีอาญา) พนักงานสอบสวน/แพทย์อาจทำ ชันสูตรพลิกศพที่เกิดเหตุ/โรงพยาบาล เพื่อออกเอกสารตามขั้นตอน โดย ไม่จำเป็นต้องผ่าพิสูจน์ที่นิติเวชเสมอไป
ประโยคที่ควรถามตรง ๆ: “ต้องส่งนิติเวชไหม หรือออกเอกสารปล่อยศพให้ฌาปนกิจได้เลย?”
คำถามที่ช่วยตัดสินใจเร็ว: “กรณีนี้ต้องชันสูตรไหม หรือแพทย์สามารถออกใบรับรองแพทย์เพื่อไปแจ้งตายที่เขต/อำเภอได้เลย?”

ไทม์ไลน์สั้น ๆ (ไทย)

กรณีชันสูตรอาจใช้เวลานานขึ้น เป้าหมายหลักคือได้ใบมรณบัตรและสำเนาพร้อมใช้งาน

  • ชั่วโมงแรก: ยืนยันช่องทาง (ปกติ vs ชันสูตร/คดี) และเก็บเอกสาร/ของสำคัญ
  • วัน 1–3: ได้ใบรับรองแพทย์/เอกสารชันสูตร, ติดต่อวัด/ผู้ให้บริการงานศพ, และเริ่มแจ้งตายที่เขต/อำเภอ
  • สัปดาห์แรก: สิทธิประโยชน์ (ประกันสังคม/บำนาญ/กองทุน), ธนาคาร/พร้อมเพย์, และการรักษา OTP/บัญชีดิจิทัล
  • สัปดาห์ถัดไป: เอกสารมรดก ทรัพย์สิน หนี้ สัญญาต่าง ๆ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
ขั้นต่ำที่ทำวันนี้: รู้ช่องทางที่ถูกต้อง + เอกสารฐาน + คนหนึ่งช่วยโทร + คนหนึ่งดูเอกสาร

1) กรณีชันสูตร/ตำรวจ/นิติเวช

ถ้าเป็นเหตุไม่ธรรมชาติหรือสงสัยผิดธรรมชาติ ขั้นตอนจะเปลี่ยน และอาจใช้เวลา

  • ถ้าเข้าข่ายอุบัติเหตุ/ความรุนแรง/สงสัยเหตุ ให้ติดต่อ 191 หรือเจ้าหน้าที่พื้นที่ทันที และทำตามคำแนะนำ
  • อย่าเคลื่อนย้าย/เปลี่ยนสภาพแวดล้อม หากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสถานที่
  • ขอ เลขรับเรื่อง/เลขคดี และถาม ขั้นตอนถัดไป + วันประมาณการ (อย่างน้อยให้มีกรอบเวลา)
ถ้ามีคนเสนอ “ช่วยเร่ง” โดยขอเงินสด/เอกสารส่วนตัว ให้หยุดและตรวจสอบผ่านช่องทางทางการก่อน
ทริค: จดวันที่ เวลา ชื่อผู้ให้ข้อมูล หน่วยงาน และเลขอ้างอิงทุกครั้ง แล้วถ่ายรูปเอกสารทุกใบเก็บไว้

2) ใบรับรองแพทย์ vs ใบมรณบัตร (เอกสารที่ต้องมีจริง ๆ)

สองอย่างนี้คนมักสับสน — ใบมรณบัตรคือเอกสารหลักที่หน่วยงานส่วนใหญ่ต้องใช้

ใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับการเสียชีวิต เป็นหลักฐานทางการแพทย์จากโรงพยาบาล/แพทย์ (หรือเอกสารชันสูตรในกรณีคดี) ใช้เพื่อไป แจ้งตายที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ เพื่อออก ใบมรณบัตร ซึ่งเป็นเอกสารที่ธนาคาร ประกัน และหน่วยงานสิทธิประโยชน์มักขอ


  • ขอ สำเนาใบมรณบัตรหลายชุด (หรือสำเนารับรอง) เพราะหลายที่ต้องใช้พร้อมกัน
  • ตรวจสะกดชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันที่ ให้ถูกต้องก่อนกลับ
  • ถ้าหน่วยงานบอก “ต้องใช้ฉบับจริง” ให้ถามว่า “ใช้สำเนารับรองได้ไหม?” และขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าเป็นไปได้
คำถามสำคัญที่ควรถามที่เขต/อำเภอ: “วันนี้แจ้งตายได้เลยไหม ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และจะได้ใบมรณบัตร/สำเนารับรองกี่ชุด?”

ไม่มีบัตรประชาชน/เอกสารผู้ตาย (หรือเอกสารหาย)

อย่าติดหล่ม — มีทางออกแบบไทย ๆ ที่บางสำนักงานยอมรับตามดุลพินิจ/ระเบียบพื้นที่

ถ้าไม่มีบัตรประชาชนตัวจริง ให้รวบรวม “หลักฐานตัวตน” เท่าที่มี แล้วถามสำนักงานโดยตรงว่า “รับอะไรแทนได้บ้าง?”

  • สำเนาบัตรประชาชน (ถ้ามี) หรือรูปถ่ายบัตรในโทรศัพท์
  • ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง/สำเนา) ของผู้ตายหรือของบ้านที่มีชื่อผู้ตาย
  • หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ บัตรผู้สูงอายุ หรือบัตรสมาชิกหน่วยงาน (ถ้ามี)
  • พยาน/ผู้รู้จัก (เช่น ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/เจ้าหน้าที่ชุมชน) เพื่อช่วยยืนยันตัวตน พร้อมหนังสือรับรอง/คำให้การ ตามที่สำนักงานกำหนด
  • ถ้าทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด: ขอสำเนาทะเบียนบ้านจากอำเภอ/เทศบาลในพื้นที่นั้น หรือให้ญาติถ่ายรูป/สแกนส่ง แล้วนำหลักฐานอื่นเสริม (เช่น ใบขับขี่เก่า บัตรหน่วยงาน สมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อ)

คำถามใช้ได้จริง: “สำนักงานรับเอกสารอะไรบ้างนอกเหนือจากบัตรประชาชนตัวจริง?” และ “สามารถรับเรื่องก่อน แล้วเอกสารบางอย่างตามมาทีหลังได้ไหม?”
กฎอาจต่างกันตามพื้นที่ แต่หลักการคือ: รวบรวมเอกสารเท่าที่มี + ขอแนวทางที่ชัดเจน + ขอเลขรับเรื่อง/หลักฐานการติดต่อ

ผู้ตายอยู่คนเดียว / ไม่มีญาติ / ไม่มีทายาท: ใครเป็นคนดำเนินการ?

เป็นปัญหาที่เกิดจริง — และมีช่องทางทางการให้ “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ดำเนินการ

  • ถ้าผู้ตาย ไม่มีญาติหรือไม่พบทายาท โดยทั่วไป เจ้าพนักงานท้องถิ่น (เช่น ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/เทศบาล/หน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่) มักเป็นผู้ประสานการ แจ้งตาย และการจัดการศพตามระเบียบ/แนวทางของพื้นที่
  • จุดเริ่มต้นที่เร็วที่สุดคือ โทร/ไปสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เพื่อถามว่า “กรณีไม่มีญาติ ใครเป็นผู้แจ้งตาย และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง”
  • ถ้าคุณเป็น เพื่อนบ้าน/ผู้พักอาศัยร่วม/เจ้าของห้องเช่า ให้เตรียมข้อมูลพื้นฐาน: ชื่อผู้ตาย (ถ้าทราบ), ที่อยู่, วันเวลาที่พบ, ผู้พบเหตุ, และเอกสาร/ของส่วนตัวที่ช่วยยืนยันตัวตน
เป้าหมายคือ “ให้หน่วยงานรับช่วงต่อแบบถูกทาง” และให้คุณมี ชื่อผู้รับเรื่อง + เลขอ้างอิง เพื่อไม่ต้องอธิบายซ้ำหลายรอบ

คนที่กำลังจัดการไม่ใช่ญาติ (เพื่อน/คู่ชีวิตที่ไม่จดทะเบียน/ผู้ดูแล)

พบได้บ่อย — แต่ธนาคาร/หน่วยงานมักไม่ดำเนินการหากไม่มีอำนาจแทน

  • ขอ หนังสือมอบอำนาจ จากทายาท/ญาติใกล้ชิด พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ และเอกสารแสดงความเกี่ยวข้อง (ตามที่หน่วยงานกำหนด)
  • ถ้าต้องติดต่อธนาคาร/ประกัน ให้ถามว่า “ใช้หนังสือมอบอำนาจรูปแบบไหน และต้องรับรองเอกสารหรือไม่?”
  • ถ้าครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ให้ขอให้ส่งเอกสารพร้อมลงลายมือชื่อและสำเนาบัตรให้ครบ เพื่อลดการวิ่งกลับไปกลับมา
แม้คุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายงานศพ ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิทำธุรกรรมแทนผู้ตายโดยอัตโนมัติ เตรียมเรื่องอำนาจแทนไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรกจะประหยัดเวลาอย่างมาก

เสียชีวิตต่างประเทศ (นำกลับ/แจ้งในไทย)

กรณีนี้ต่างจากการเสียชีวิตในประเทศ ต้องมีเอกสารจากต่างประเทศและสถานทูต/กงสุล

  • ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทย ในประเทศนั้น เพื่อขอแนวทาง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต/การนำร่างหรืออัฐิกลับ
  • เก็บเอกสารต่างประเทศให้ครบ (ใบมรณบัตร/รายงานแพทย์/เอกสารตำรวจถ้ามี) และเตรียม การแปล/รับรองเอกสาร ตามที่หน่วยงานไทยต้องการ
  • เมื่อกลับไทย ให้สอบถาม เขต/อำเภอ ว่าต้องแจ้ง/ลงทะเบียนอย่างไรเพื่อให้มีบันทึกในระบบ และขอสำเนาเอกสารใช้ทำธุรกรรม
เป้าหมายคือ “สายเอกสารต่อเนื่อง” ตั้งแต่ต่างประเทศ → สถานทูต/กงสุล → การแจ้งในไทย เพื่อไม่ให้ติดขัดเวลาเคลมประกัน/สิทธิประโยชน์/ธนาคาร

3) งานศพ: วัด/ฌาปนกิจ/ฝัง และค่าใช้จ่าย

ขอรายการค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร แยก ‘บริการ’ กับ ‘ค่าธรรมเนียม/สถานที่’ ให้ชัด

  • เลือกแนวทาง: สวดที่วัด + ฌาปนกิจ หรือฝัง/เก็บอัฐิ ตามความเชื่อและงบประมาณ
  • ขอใบเสนอราคา/รายการ: ค่าศาลา ค่าพิธี ค่าโลง/โกศ ค่าเดินทาง ค่าดอกไม้ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
  • หากงบจำกัด ให้ขอ “แบบเรียบง่าย” (ลดจำนวนคืนสวด ลดรายการเสริม) และตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
ถ้าถูกเร่งให้ตัดสินใจ “ตอนนี้เลย”: ขอเวลาสั้น ๆ เพื่อให้คนอีกคนช่วยอ่านรายการ การมี “ผู้ตรวจทาน” ช่วยกันความผิดพลาดได้มาก

ถ้าไม่มีเงินจัดงานศพตอนนี้ ทำอย่างไร?

ทำแบบ “เริ่มเรื่องให้ได้” ก่อน แล้วค่อยเติมเอกสารทีหลัง

  • โทร พม. สายด่วน 1300 แล้วพูดตรง ๆ ว่า: “ขอรับการสงเคราะห์งานศพ/ค่าจัดการศพ” จากนั้นให้ รหัสไปรษณีย์ และ พื้นที่ที่ผู้ตายมีชื่ออยู่/เสียชีวิต เพื่อให้เขาแนะนำหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่
  • ไป เทศบาล/อบต. (หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่) พร้อม ทะเบียนบ้านของผู้ตาย (หรือหลักฐานที่มี) แล้วถามด้วยประโยคนี้: “ขอรับเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบของท้องถิ่น/กระทรวงมหาดไทย (ถ้ามี) ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?”
  • สอบถาม วัด เรื่องพิธีแบบประหยัด/การสงเคราะห์ตามกำลัง (ลดจำนวนคืนสวด ลดรายการเสริม)
  • ถ้ามีสิทธิ ประกันสังคม/บำเหน็จบำนาญ/กองทุน ให้โทรถามว่า “เริ่มยื่นได้ด้วยเอกสารอะไร” และขอ รายการเอกสาร + เลขอ้างอิง (หลายที่รับเอกสารบางส่วนก่อน แล้วตามส่วนที่เหลือภายหลัง)
ตอนที่กังวลเรื่องเงิน มิจฉาชีพจะเข้าหาง่ายขึ้น: อย่าจ่ายเงินสด “ปลดล็อกเอกสาร/เร่งเรื่อง” หากไม่มีหลักฐานและช่องทางทางการ
ทริค: ถามทุกที่ด้วยคำถามเดียวกันเพื่อไม่หลงทาง — “ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ยื่นที่ไหน และมีเลขรับเรื่องไหม?”

4) สิทธิประโยชน์: ประกันสังคม/บำนาญ/กองทุน/ประกันชีวิต

เป้าหมายสัปดาห์แรก: ได้รายการเอกสาร + ช่องทางยื่น + เลขอ้างอิง

  • ตรวจว่าอยู่ในระบบใด: ประกันสังคม (SSO), บำนาญข้าราชการ/กองทุน, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ที่ทำงาน), หรือ ประกันชีวิต
  • เตรียมเอกสารแกนหลัก: ใบมรณบัตร, บัตรประชาชนผู้ยื่น, เอกสารแสดงความสัมพันธ์/ผู้รับประโยชน์ (ตามกรณี)
  • โทรถามให้ชัด: “ยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ใช้เวลาประมาณเท่าไร และได้เลขรับเรื่องอะไร?”
อย่าพยายาม “ทำให้ครบทุกอย่างวันนี้” ให้โฟกัสที่การได้ checklist และเลขอ้างอิงก่อน

5) ธนาคาร + พร้อมเพย์ + e-Wallets: ทำอะไรในสัปดาห์แรก

ก่อนปิดบัญชี ให้ทำ ‘บัญชีรายการ’ และ ‘คุมความเสี่ยง’

  • ระบุธนาคาร/ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: บัญชี เงินฝาก บัตรเครดิต สินเชื่อ ประกันพ่วง และบัญชีเงินเดือน (ธนาคารหลัก เช่น กสิกร, ไทยพาณิชย์, กรุงเทพ, กรุงไทย)
  • ตรวจรายการตัดเงินอัตโนมัติ/สมาชิก/สตรีมมิง/ค่าสาธารณูปโภค เพื่อกันเงินไหล
  • แจ้งธนาคารและขอ “ขั้นตอนกรณีผู้เสียชีวิต” อย่างเป็นทางการ: เอกสาร ช่องทาง ยืนยันตัวตน และระยะเวลา พร้อมเลขอ้างอิง
  • พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน: โดยทั่วไป ไม่ใช่ว่าจะปิดอัตโนมัติทันที แต่ธนาคาร/ระบบอาจระงับการทำรายการเมื่อรับทราบการเสียชีวิตหรือเมื่อดำเนินการตามทะเบียนราษฎรแล้ว ให้แจ้งธนาคารโดยตรง เพื่อความชัดเจนว่า “พร้อมเพย์/บัญชีจะถูกระงับเมื่อไหร่ และต้องทำอะไรต่อ”
  • สำหรับพร้อมเพย์/วอลเล็ต: ห้ามให้ OTP/PIN กับใคร และอย่ากดลิงก์ที่ส่งมาทางแชต
รูปแบบมิจฉาชีพในไทยที่เจอบ่อย: แอบอ้างเป็นธนาคารผ่าน LINE/Facebook, ส่งลิงก์ “ยืนยันบัญชี/ปลดล็อกเงิน”, หลอกให้บอก OTP, หรือเสนอ “เร่งงาน” แลกเงินสด

การจัดการหนี้สินของผู้ตาย (Debt handling) — รู้ไว้ก่อนจะเสียเงิน

หลายครอบครัวโดนกดดันให้จ่ายทันที ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยเงินส่วนตัวในทันที

  • หลักคิดสำคัญ: โดยทั่วไป คุณ ไม่จำเป็นต้องใช้หนี้ด้วยเงินส่วนตัว “เพียงเพราะเป็นคู่สมรส/ลูก/ญาติ” ของผู้ตาย
    หนี้มักถูกชำระจาก กองมรดก และถ้า ไม่ได้รับมรดก หรือ มรดกไม่พอ คุณไม่ควรถูกบีบให้จ่ายเงินตัวเองทันที
  • ถ้ามีคนโทรทวง/ทนายทวงหนี้: ขอ เอกสารยืนยันเจ้าหนี้, ยอดหนี้/สัญญา, เลขบัญชีคดี/เลขอ้างอิง และบอกว่า “ขอตรวจสอบสถานะกองมรดกและผู้มีอำนาจก่อน จะติดต่อกลับผ่านช่องทางทางการ”
  • อย่าจ่าย “เพื่อให้เรื่องจบเร็ว” ถ้า ยังไม่ชัดว่าคุณมีอำนาจแทนหรือไม่ และยังไม่รู้ภาพรวมทรัพย์สิน/หนี้ทั้งหมด
ถ้ามีการขู่/เร่ง/ให้โอนด่วน/ให้ส่งบัตรประชาชนทางแชต ให้หยุดทันที แล้วติดต่อเจ้าหนี้ผ่านเบอร์ทางการที่คุณหาเอง (ไม่ใช่เบอร์ที่เขาให้มา)
ถ้าหนี้ซับซ้อน (หลายสถาบัน/มีคดี/มีทรัพย์สินหลายรายการ) ให้พิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกก่อน “ตกลงจ่าย” อะไร

กันมิจฉาชีพวันนี้ (กฎสั้น ๆ)

ช่วงที่ใจไม่ไหว คือช่วงที่ถูกกดดันได้ง่ายที่สุด

  • อย่าส่งบัตรประชาชน/เอกสารสำคัญให้ใคร ถ้าไม่รู้ว่าเป็นช่องทางทางการ และไม่มีหลักฐานรับเอกสาร
  • อย่าบอก OTP/PIN/รหัสผ่าน/ถ่ายรูปโค้ดให้ใคร — ธนาคารจริงไม่ขอแบบนี้
  • อย่าจ่าย “ค่าเร่ง” โดยไม่มีใบเสร็จ/คำสั่ง/ขั้นตอนจากหน่วยงาน
  • ถ้ามีคนบอก “ทำให้ได้ทุกอย่าง” แต่ไม่บอกขั้นตอนทางการ ให้หยุดและตรวจสอบก่อน
ประโยคช่วยชีวิต: “ขอชื่อ-ตำแหน่ง-หน่วยงาน-เลขอ้างอิง แล้วฉันจะโทรกลับผ่านเบอร์ทางการ”

6) รักษาบัญชีดิจิทัล (โทรศัพท์/อีเมล/OTP) แบบทำได้จริง

สัปดาห์แรก: รักษาการเข้าถึง > ปิดบัญชี เพราะ OTP คือคอขวด

  • เบอร์โทร/ซิม: อย่าเพิ่งยกเลิกในสัปดาห์แรก ถ้าบัญชีสำคัญใช้ OTP
  • อีเมล: ถ้าเข้าถึงได้ อย่าเพิ่งออกจากระบบ และจดอีเมลสำรอง/เบอร์กู้คืน
  • แอปธนาคาร/วอลเล็ต: อย่าลบแอป/อย่าล้างเครื่องจนกว่าจะมีแผนชัด
  • สำรองข้อมูล: เก็บรูป/เอกสารสำคัญไว้ (อย่างน้อยถ่ายรูปโฟลเดอร์เอกสาร)
  • กติกา: สัปดาห์ 1 = รักษา + จดรายการบัญชี, สัปดาห์ 2+ = ตัดสินใจ (ปิด/โอน/ทำเป็นอนุสรณ์)
ถ้าทำได้แค่ 1 อย่าง: “รักษาเบอร์โทร + อีเมลให้ใช้งานได้” จะช่วยปลดล็อกหลายเรื่อง

7) ที่อยู่อาศัย/สัญญาเช่า/ค่าน้ำไฟ: ปกป้องบ้าน

ความปลอดภัยและความต่อเนื่องมาก่อน

  • เก็บกุญแจ/เอกสารสำคัญไว้ที่เดียว จำกัดคนเข้าออก ลดความเสี่ยงของหาย
  • เช็กสัญญาเช่า/ผ่อนบ้าน/ค่าน้ำไฟ เพื่อกันการตัดบริการ
  • ถ้าบ้านว่าง ให้ดูเงื่อนไขประกันบ้าน/ทรัพย์สิน (ถ้ามี) และจัดคนช่วยดูเป็นระยะ
ค่าใช้จ่ายจำเป็น (เช่น ค่าน้ำไฟ/ซ่อมล็อก/ค่าเดินทางเอกสาร) เก็บใบเสร็จไว้ จะมีประโยชน์ในการสรุปบัญชีภายหลัง

เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญ (ให้ตัดสินใจได้จริง)

ไม่จำเป็นต้องมีทุกกรณี แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ มักประหยัดเวลา/ความเครียด

ควรปรึกษาทนาย/ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดก หาก:

  • มี อสังหาริมทรัพย์ หลายรายการ/มีปัญหาเอกสารสิทธิ/ทายาทหลายฝ่าย
  • มี ธุรกิจ ต้องโอนกิจการ สัญญา คู่ค้า หรือใบอนุญาตต่าง ๆ
  • มี ข้อพิพาทในครอบครัว เรื่องทรัพย์สิน/หนี้ หรือมีคนคัดค้าน

ควรปรึกษานักบัญชี/ที่ปรึกษาการเงิน หาก:

  • มี ภาระภาษี/การยื่นเอกสารหลายชุด หรือรายได้หลายทาง
  • มี การลงทุนซับซ้อน หลายบัญชี หลายสถาบัน
  • มี หลายกิจการ หรือโครงสร้างรายได้ซับซ้อน
อย่าใช้ “นายหน้า/คนรับวิ่ง” ที่ขอเงินเพื่อเร่งงานโดยไม่มีช่องทางทางการ ถ้ามีคนบอก “เร่งให้ได้” แต่ไม่ออกใบเสร็จ/ไม่บอกขั้นตอน ให้ปฏิเสธ
ถ้าจ้างใคร: ขอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บใบเสร็จ และอย่ามอบเอกสารตัวจริงโดยไม่มีหลักฐานรับเอกสาร

สคริปต์โทรถาม (คัดลอกใช้ได้)

พูดน้อยแต่ชัด: เอกสารที่ต้องใช้ + ช่องทาง + ระยะเวลา + เลขอ้างอิง

เขต/อำเภอ (แจ้งตาย/ใบมรณบัตร)

สวัสดีค่ะ/ครับ มีผู้เสียชีวิตชื่อ [ชื่อ-นามสกุล] วันที่ [วัน/เดือน/ปี] ที่ [สถานที่] ตอนนี้มีใบรับรองแพทย์/เอกสารชันสูตรแล้ว ต้องใช้เอกสารอะไรเพื่อแจ้งตายและออกใบมรณบัตร ใช้เวลานานแค่ไหน และมีเลขรับเรื่อง/อ้างอิงอะไรไหมครับ/คะ

ประกันสังคม/บำนาญ/กองทุน

สวัสดีค่ะ/ครับ ต้องการเริ่มยื่นสิทธิ/เงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตของ [ชื่อ-นามสกุล] ขอรายการเอกสารที่ต้องใช้ ช่องทางยื่น และขอเลขอ้างอิง/เลขเคสได้ไหมครับ/คะ

ธนาคาร

สวัสดีค่ะ/ครับ ขอแจ้งผู้เสียชีวิตชื่อ [ชื่อ-นามสกุล] ต้องการทราบขั้นตอนกรณีผู้เสียชีวิต: ต้องใช้เอกสารอะไร ยื่นที่ไหน ใช้เวลาประมาณเท่าไร และขอเลขอ้างอิง/เลขเคสได้ไหมครับ/คะ

ตำรวจ/นิติเวช (ถ้าเป็นคดี)

สวัสดีค่ะ/ครับ ขอสอบถามความคืบหน้ากรณีเสียชีวิตของ [ชื่อ-นามสกุล] ขอเลขคดี/เลขอ้างอิง ขั้นตอนถัดไป และคาดว่าจะดำเนินการถึงขั้นออกเอกสารที่ต้องใช้แจ้งตายได้เมื่อไหร่ครับ/คะ
ปิดท้ายทุกสายด้วยประโยคเดียว: “ขั้นตอนถัดไปคืออะไร และต้องทำเมื่อไหร่?” แล้วจดคำตอบ + เลขอ้างอิงไว้

ขั้นตอนถัดไป

ทำเมื่อมีแรงมากขึ้น

Velanora ให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติ เท่านั้น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย หากมีทรัพย์สินซับซ้อน หนี้จำนวนมาก หรือข้อพิพาท ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
วันนี้คุณอาจทำได้แค่เรื่องเดียว ก็พอแล้ว ความรักไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบ ต้องการแค่ความต่อเนื่อง